วันอังคารที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2555

การรักษาคน

การรักษาคน

   การรักษาคน
         หาคนเป็น สร้างคนได้ นับว่าเก่งในระดับหนึ่ง แต่หากว่ารักษาคนได้ย่อมจะเป็นยอดคนได้ ในขั้นตอนการรักษาองค์กรหรือรักษาคนนั้นนับเป็นบทพิสูจน์นักธุรกิจเครือข่ายในระดับขั้นสูง ซึ่งมักพบว่าภาวะผู้นำมักมีความสัมพันธ์กับความสำเร็จในการรักษาองค์กร เพราะฉะนั้นเราจึงตระหนักดีว่าหากพัฒนาคนสู่ระดับผู้นำพันธุ์แท้หรือผู้นำเหนือผู้นำได้ ย่อมจะสามารถรักษาองค์กรให้เป็นปึกแผ่นได้ตราบนานเท่านาน
        ภาวะผู้นำในนิยามรมิตานั้น มองคุณธรรมเป็นแก่นแกนหลัก เราไม่ได้วัดผู้นำแต่เพียงเรื่องของรายได้เท่านั้น แต่หากเรื่องของการแบ่งปันช่วยเหลือทีมงาน การรักษาใจ ความจริงใจ หรือแม้กระทั่งความสุขที่เกิดจากใจ สิ่งเหล่านี้แม้จะวัดได้ยาก แต่เราก็พยายามเป็นอย่างยิ่งที่จะนำมาพิจารณาในความเป็นผู้นำแบบรมิตาอย่างแท้จริง










สาระดีๆสำหรับท่านผู้นำ

ทศลักษณ์ของผู้นำ

1. มีความรู้ดี
   1.1 รู้เหตุ(รู้หลักการ/What)
   1.2 รู้ผล(รู้วัตถุประสงค์/Why)
   1.3 รู้ตน
   1.4 รู้ประมาณ
   1.5 รู้กาล
   1.6 รู้สังคม
   1.7 รู้บุคคล(ความแตกต่างระหว่างบุคคล)
2. มีความสามารถดี
3. มีวิสัยทัศน์ดี
4. มีจิตสำนึกดี
5. มีบุคลิกภาพดี
6. มีการบริหารจัดการดี
7. มีเพื่อนร่วมงานดี
8. มีมนุษยสัมพันธ์ดี
9. มีสุขภาพดี
10. มีประวัติดี



ผู้นำทั่วไปนั้น จะนำก็ต่อเมื่อได้รับการมอบหมายให้นำ นี่นับเป็นผู้นำธรรมดา ที่มีอยู่อย่างดาษดื่น
ผู้นำขั้นสูงที่ควรแก่การกล่าวว่าเป็น "วินายโก"(ผู้นำเหนือผู้นำ)
ก็คือ ผู้นำที่มีธรรมชาติของการเป็นผู้นำอยู่ในจิตสำนึกสูง

เพียงเห็น"แวว"ของปัญหา ก็ลุกขึ้นมานำ
และเมื่อนำแล้ว ก็ไม่เรียกร้องต้องการสิ่งใดเป็นการตอบแทน

เพราะเขาถือว่า การแก้ปัญหาได้สำเร็จ
นั่นแหละคือบำเหน็จที่สูงค่าที่สุดแล้วสำหรับภาวะผู้นำของเขา

 โดย ว.วชิรเมธี



กิจกรรมในระบบ RM-Success ที่เกี่ยวข้อง
 LBC (Leader Business Course) คอร์สผู้นำเหนือผู้นำ (รักษาคน)
    เป็นคอร์สต่อเนื่องจาก BBC เน้นการสร้างภาวะผู้นำเพื่อรักษาองค์กรให้อยู่กับเราตราบนานเท่านาน โดยเน้นผู้นำแบบเก่ง ดี มีคุณธรรม จบคอร์สนี้ท่านจะกลายเป็นผู้นำต้นแบบ เป็นผู้นำมืออาชีพอย่างแท้จริง

LBC

วันศุกร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2555

วิธีการทําสบู่

s
เราทำสบู่สมุนไพรง่ายๆใช้เอง วิธีการไม่ยุ่งยาก ส่วนผสมก็เลือกเอาตามใจชอบตามความสะดวก
ภาพตัวอย่างสบู่สมุนไพรที่เราทำเอง
fanatic - founder
5191 posts
อีกตัวอย่าง
fanatic - founder
5191 posts
เริ่มสนใจบ้างแล้วใช่ไหม ตามมาดูได้เลยว่าทำกันยังไงนะ
วัตถุดิบที่ใช้ประกอบด้วย:-
สบู่ธรรมดา ๑ ก้อน (เลือกเอาตามชอบ จะใช้แบบสีหรือแบบขาวก็ได้)
สมุนไพรตามชอบ (ตามตัวอย่างในรูปวันนี้เราใช้ขมิ้น, มะขามเปียก, กากกาแฟ )
น้ำสะอาด หรือนมสด พอสมควร (เราใช้นมสด)
นำ้มันมะกอก นิดหน่อย (บางทีเราก็ใส่บางทีก็ไม่ใส่)
กลิ่นที่ชอบ นิดหน่อย
สีที่ชอบ ถ้าต้องการใส่สี (ของเราไม่ใส่สีเนื่องจากวัตถุดิบที่เราใช้มันมีสีในตัวอยู่แล้ว)
***หมายเหตุ*** ปริมาณสบู่เพิ่มได้ถ้าต้องการทำมากๆ ตามสูตรนี้สบู่ ๑ ก้อน เราทำได้สบู่ตามแบบ ๔ ก้อน
วิธีทำ
๑. ขูดสบู่ก้อนให้เป็นฝอยเล็กๆ ใช้ที่ขูดมะละกอหรือชีส ขูดก็ได้หรือจะใช้มีดหั่นก็ได้ตามสะดวก
๒. ใส่น้ำสะอาดหรือนมสดลงไป ปริมาณแค่พอละลายสบู่ได้
fanatic - founder
5191 posts
๓. ใส่สมุนไพรลงไปสัก ๑-๒ ช้อนโต๊ะ หรือมากกว่านี้ได้ตามชอบ ตามรูปตัวอย่าง อันหนึ่งเราใส่ขมิ้น อีกอันใส่น้ำมะขามเปียก
๔. คนให้ส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันดี ให้เหลวประมาณครีมก็ใช้ได้
๕. เอาส่วนผสมใส่หม้อหรือกระทะ ตั้งไฟอ่อนๆกวนจนส่วนผสมสบู่เหลวเป็นน้ำและทุกอย่างเข้ากันดี ปิดไฟได้
๖. ตักส่วนผสมใส่พิมพ์ตามชอบ จะใช้น้ำมันมะกอกทาพิมพ์นิดหน่อยก็ได้จะได้แคะสบู่ออกง่าย
fanatic - founder
5191 posts
๗. พักให้สบู่แข็งตัว แคะออกจากพิมพ์ได้
๘. จะได้สบู่อย่างที่เห็นในรูป
***หมายเหตุ*** สบู่ที่ผสมกากกาแฟจะแข็งตัวเร็วมาก ดังนั้นตอนทำส่วนผสมจึงต้องทำออกเหลวมากหน่อย
fanatic - founder
5191 posts
ตามภาพนี้สีเหลืองเป็นสบู่ขมิ้น ส่วนสีคล้ำๆเป็นสบู่มะขามเปียก และสีออกดำหน่อยอันนี้เราผสมกากกาแฟเข้าไปด้วย
fanatic - founder
5191 posts
ชุดนี้สีชมพูเพราะเราใช้สบู่สีชมพูทำ ผสมกับนมสด แป้งถั่วเขียวและน้ำมันมะกอก เทใส่พิมพ์วุ้น เลยออกมาอย่างนี้
ตรงกลางเป็นสบู่กากกาแฟ อันนี้ใช้ดีเพราะช่วยขัดผิว ส่วนออกสีเหลืองนั้นใช้ขมิ้นผสมนมสด
fanatic - founder
5191 posts
วิธีทำแบบที่ ๒ อันนี้ง่ายกว่าแบบแรกหน่อย
๑.เอาสบู่ที่ต้องการทำ ถ้ามีหัวสบู่ก็ใช้หัวสบู่ไม่มีก็ใช้สบู่ธรรมดานี่แหละ ใช้สบู่เด็กก็ดีนะ
ได้สบู่แล้วก็วางบนเขียงสะอาด ใช้มีดหั่นเป็นชิ้นเล็กๆเหมือนกันผักหรือเนื้อก็ได้
๒. ใส่น้ำสะอาดหรือนมสดลงไป ๑/๒ ถ้วยตวง คนให้สบู่เปียกทั่วๆ ถ้าไม่รีบร้อนก็ทิ้งไว้หนึ่งคืนก่อน
๓. บี้สบู่ให้ละลายให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ ของเราทิ้งไว้หนึ่งคืนสบู่นิ่ม บี้ง่ายหน่อย (หรือใครจะเข้าเครื่องปั่นเอาก็ได้ง่ายดี)
๔. เอาเข้าไมโครเวฟ ๑ นาที แล้วคนให้เข้ากัน ใครที่ไม่ทิ้งค้างคืนก็เอาเข้าไมโครเวฟเลยเช่นกัน
fanatic - founder
5191 posts
๕. เข้าไมโครเวฟเสร็จแล้วเอาออกมาคนให้ละลายดีอีก น้ำแห้งไปเติมได้อีก แล้วเข้าไมโครเวฟจนสบู่เหลวดี เข้ารอบที่สองที่สามนี่ใช้เวลาแค่ ๕๐ วินาทีก็พอ
๖. เมื่อเหลวดีแล้วใส่สมุนไพรที่ชอบลงไป วันนี้ของเราใช้ไพล ๑ ช้อนชา น้ำมันมะกอก ๑/๒ ช้อนชา กากกาแฟ ๑/๒ ช้อนโต๊ะ
๘. ใส่เสร็จก็คนให้เข้ากันดี แล้วเข้าไมโครเวฟอีก ๓๐ วินาที หรือมากน้อยกว่านี้ขึ้นอยู่กับความเหลวของสบู่

วิธีการจูบ

เอ๊ะ ๆ !! จูบอย่างไรนะ ถึงจะถูกต้องและมีเสน่ห์เป็นที่สุด

          "จูบ คุณคิดว่าไม่สำคัญ แต่เมื่อคุณจูบฉัน ทำไมฉันสั่นไปถึงหัวใจ..." ขออนุญาตร้องเพลงรุ่นคุณแม่เพื่อประกอบกับเนื้อสาระที่เรานำมาฝากคุณผู้อ่านทุก ๆ ท่านสักเล็กน้อยนะครับ เพราะว่าวันนี้เราจะมาว่ากันถึงเรื่องของการจู..จุ๊บ! หรือการ "จูบ" นั้นเอง
          อย่าเพิ่งหาว่าเราทะลึ่งหรือนำเรื่องที่ไม่เหมาะสมมานำเสนอนะครับ เพราะหากจะว่ากันตามจริงแล้ว เรื่องของการจูบเนี่ย ถือเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องในเชิงศิลปะอย่างมากเลยนะครับ อีกทั้งการจูบอย่างเป็นการแสดงออกซึ่งความรักที่ดูอบอุ๊น..อบอุ่นมาก ๆ เลยด้วย
          แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การจูบก็มีสเต็ปและลักษณะเฉพาะตัวของเขาที่ใช้แตกต่างกันไป ซึ่งหลาย ๆ คนอาจจะพอรู้กันมาบ้างแล้ว แต่ก็ยังมีอยู่จำนวนไม่น้อยเลย ที่ยังไม่รู้ถึงวิธีการจูบที่ถูกต้อง รวมถึงยังไม่รู้ถึงความหมายซึ้ง ๆ ของการจูบที่อาจจะทำให้การจูบนั้น ๆ ไร้ซึ่งความมีเสน่ห์ไปได้ เพราะฉะนั้นแล้ว ทางเว็บไซต์ howtokiss.cc จึงได้แนะนำขั้นตอนและวิธีการจู..จุ๊บ ที่ถูกวิธีมาฝากให้คุณผู้อ่านได้ทราบ ๆ กัน และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราไปดูกันดีกว่าว่า "จูบ" นั้น มีขั้นตอนการปฏิบัติอะไร ยังไง กันบ้าง...

 ต้องมีการเตรียมตัวกันสักหน่อย
          เริ่มแรกนั้น ขอให้มั่นใจก่อนว่า คุณนั้นมีริมฝีปากที่นุ่ม ชุ่มชื่น ไม่หยาบกระด้าง แห้งผาก หรือเกิดริมฝีปากแต่อย่างใด จากนั้นก็ต้องมั่นใจแบบสุด ๆ ด้วยว่า ลมปากของคุณนั้นหอมชื่นใจจริง ๆ ไม่ใช่ยังมีกลิ่นของปลาผัดเผ็ด หรือผัดผักสามสหายผสมอยู่ด้วย ไม่งั้นมีหวังคู่จูบของคุณได้ล้มหงายท้องตึงก่อนจะโรแมนติกก่อนแน่ ๆ และสิ่งสุดท้ายที่ต้องตระหนักให้ดีคือ ร่างกายก็สะอาดด้วยเช่นกัน ตัวสะอาด กลิ่นหอม ใคร ๆ ก็อยากอยู่ใกล้ จริงไหม!?
เอ๊ะ ๆ !! จูบอย่างไรนะ ถึงจะถูกต้องและมีเสน่ห์เป็นที่สุด

          เมื่อคุณมีการเตรียมตัวทุกอย่างตามที่ได้ว่ามาเรียบร้อยแล้ว ก็ขอให้ทำตามขั้นตอนต่าง ๆ ดังนี้
          1. ต้องทำให้คู่จูบของคุณรู้สึกสบาย ๆ เข้าไว้ ถ้าเขาหรือเธอ เกิดอาการประหม่า ตื่นเต้น ก็ลองใช้คำพูดที่ให้กำลังใจเขา ให้เขาอมยิ้มเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็จะเป็นการเสริมบรรยากาศ ณ ขณะนั้น ได้ดีเหมือนกัน
          2. สัมผัสใบหน้าของคู่จูบด้วยความรู้สึกที่ทะนุถนอม อ่อนโยน ค่อยเป็นค่อยไป จากนั้นก็ค่อย ๆ สาดสายตาไปยังดวงตาของคู่จูบและริมฝีปากอันอวบอิ่มของเขา/เธอ
          3.  ค่อย ๆ หอมแก้มเบา ๆ ที่แก้มของเขา/เธอ จากนั้นสบตาซึ้ง ๆ สักเล็กน้อย แล้วก็ยิ้มหวาน ๆ ให้ประทับจิตประทับใจสักหน่อย
          4. ค่อย ๆ ขยับตัวเขาไปหาเขา/เธอ ทีละนิด ๆ เอียงคอเข้าหาริมฝีปากเล็กน้อย ถ้าหากองศาต่าง ๆ ยังไม่เข้าที่เข้าทาง จากนั้นก็หลับแล้วบรรจงจูบที่ปากอย่างช้า ๆ ค่อยเป็นค่อยไป แล้วอย่าไปใช้ลิ้นล่ะ ประเดี๋ยวจะเสียบรรยากาศซะก่อน
          5. ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น แล้วมองหน้ากันอย่างลึกซึ้ง ยิ้มอีกสักหน่อยก็น่ารักไปอีกแบบ จากนั้นก็จัดการจูบต่อไปเรื่อย ๆ ดื่มด่ำกับบรรยากาศ ณ ตอนนั้นให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
          6. ทำซ้ำในข้อที่ 4 และ 5 สลับไปมาระหว่างการจูบริมฝีปากบนและล่าง และเมื่อทั่งคู่พร้อมหรือรู้สึกว่าอารมณ์ต่าง ๆ นั้นเข้าที่เข้าทางแบบสุด ๆ แล้ว ก็เตรียมตัวที่จะปรับโหมดเป็นการจูบแบบดูดดื่ม หรือที่เรียกว่า "การจูบแบบฝรั่งเศส" (French kissing) ได้เลย
          7. ทำซ้ำในข้อที่ 4 แต่คราวนี้เริ่มออกอากัปกิริยาเข้าไปหน่อย ด้วยการขยับให้ชิดตัวเขา/เธอมากขึ้น แต่อย่าถึงขั้นใช้พละกำลังเข้าใส่ล่ะ คอยดูปฏิกิริยาของคู่จูบด้วยว่ามีความพร้อมหรือไม่ เมื่อเขา/เธอพร้อม ก็เตรียมทำในข้อต่อไปทันที
          8. เมื่อการขยับร่างกายเข้าหากันและการจูบเข้าที่เข้าทางแบบลงตัวเป๊ะ ๆ แล้วล่ะก็ ค่อยใช้ลิ้นควบคู่ไปกับการจูบ ค่อย ๆ ดันลิ้นเข้าไปนะ ลองกวาดลิ้นไปรอบปากของคู่จูบ หรือผลัดกันดันลิ้นซึ่งกันและกันไปมาก็ได้
          9. เอาล่ะ! มาถึงขั้นตอนนี้แล้ว ก็ค่อย ๆ เพิ่มความลึกซึ้งของการจูบให้มากขึ้นเรื่อย ๆ ที่สำคัญลิ้นของคุณอย่าได้อยู่นิ่ง ๆ เฉย ๆ เป็นอันขาด ไม่งั้นอาจจะเป็นการทำลายบรรยากาศ ณ ขณะนั้นไปแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลยก็ได้
          10. เพิ่มความลึกซึ้งมามากแล้ว ก็ค่อย ๆ ลดความดูดดื่มนั้นลงบ้างก็ได้ เดี๋ยวจะเหนื่อยหรือเกิดอาการล้าลิ้นกันไปซะก่อน แต่ก็ไม่ใช่ว่านึกจะหยุดก็หยุดขึ้นมากลางคันนะ แค่เปลี่ยนไปเป็นการขยับไปทางซ้าย - ขวา สลับไป ๆ มา ๆ จะดีที่สุด

 แล้ววิธีการใช้ลิ้นล่ะ จะใช้ยังไงดี บอกได้เลยว่าง่าย ๆ เลยเพียงแค่..
            วนลิ้นเป็นวงกลม รอบ ๆ ลิ้นของคู่จูบ หรือไม่ก็วนเป็นเลข "8" ดูบ้างก็ได้นะ เวิร์คอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียวเชียว
            ผลัดกันดันลิ้นซึ่งกันและกันไปมา จะขึ้น - ลง หรือจะซ้าย - ขวา ก็ตามแต่จะสะดวกเลย
            แล้วใช้ลิ้นก็ใช่แต่จะใช้ไปตลอดการจูบ สลับกับการจูบแค่ริมฝีปากเฉย ๆ ก็ได้ ไม่งั้นเมื่อยลิ้นกันแย่เลย!
            ระหว่างจูบกันนั้น ก็อยากล้อกันไปพอหอมปากหอมคอ จะช่วยเพิ่มสีสันและบรรยากาศ ณ ตอนนั้นได้มากเลยล่ะ

เอ๊ะ ๆ !! จูบอย่างไรนะ ถึงจะถูกต้องและมีเสน่ห์เป็นที่สุด

 แล้ววิธีการจูบล่ะ มีวิธีอะไร ยังไงบ้าง?
            ขยับศีรษะไปมาดูสิ ซ้ายบ้าง ขวาบ้าง วน ๆ กันไป
            ถ้าในระหว่างที่จูบกัน คู่จูบมีปฏิกิริยาที่เริ่มเหนื่อย หรือเริ่มรู้ไม่ใช่แล้ว ก็ค่อย ๆ ผ่อนความเร็วและความลึกซึ้งของการจูบลง จากนั้นก็ค่อยเริ่มกันใหม่ จากการจูบเบา ๆ ไปหาการจูบแบบดูดดื่มอีกครั้งหนึ่ง
            ถ้ายังนึกไม่ออก ว่าจะเริ่มต้นจูบกับคู่จูบยังไงงั้น ลองเริ่มจากการไปสวมกอดจากด้านหลังของเขา/เธอ ดูก็ได้ แล้วก็ค่อย ๆ ไล่จูบตั้งแต่หัวไหล่ เรื่อยไปจนถึงใบหน้าเช่น หน้าผาก แก้ม จมูก และที่บริเวณริมฝีปาก นอกจากนั้นแล้ว ก็ลองจูบส่วนอื่น ๆ ของร่างกายบ้างก็ได้ เช่น คาง ซอกคอ หรือที่ใด ๆ ก็ตามแต่

 มือล่ะมือ! จะให้อยู่เฉย ๆ ไหม หรือยังไงดี?
            จะไปทิ้งแขนให้อยู่เฉย ๆ ทำไมล่ะ นึกไม่ออกก็จับไปที่ท้ายทอยของคู่จูบก็ได้ หรือจะลองจับที่สะโพกก็ได้ ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด
            เปลี่ยนไปจับที่ใบหน้าบ้าง จะให้ความรู้สึกที่อ่อนโยนได้ดีทีเดียวเชียว
            เอามือไปไว้ที่กระเป๋ากางเกงของเขา/เธอซะเลย แต่อย่าไปทิ้งไว้นานนะ เดี๋ยวคุณจะถูกมองว่าเป็นพวกหัวไปซะดื้อ ๆ
            นึกไม่ออก บอกไม่ถูก ก็ลองจินตนาการบวกกับใช้ความคิดดูว่า จะไว้ตรงไหน ถึงจะเหมาะสมไม่น่าเกลียด

 จำไว้ให้มั่น ว่าอะไรควรหลีกเลี่ยง และอะไรที่ควรทำ
          สิ่งที่ควรจะจำให้ขึ้นใจเลย ในทุก ๆ ของการจูบเลยก็ว่าได้ นั่นก็คือเรื่องของการดูแลความสะอาดให้ดีเสียก่อน ทั้งหน้าเลย ช่องปากด้วย จะบ้วนปากหรือลงทุนแปรงฟันเลยก็ทำซะ ยิ่งลิ้นยิ่งแล้วใหญ่ ขัดสีฉวีวรรณให้ดีก่อนจะจูบทุกครั้ง อย่าให้ได้มีกลิ่นอันไม่พึงประสงค์เด็ดขาด ข้อนี้สำคัญมาก ๆ
          ขณะที่อีกประเด็นหนึ่ง ซึ่งมีความสำคัญไม่แพ้กันนั่นก็คือ การที่รีบร้อนจนเกินเหตุ ไม่ว่าจะการจูบธรรมดา ๆ หรือการใช้ลิ้นที่รวดเร็วปานสายลมผัดผ่านล่ะก็ อย่าได้ทำเชียว! เรื่องแบบนี้ไม่ต้องการความไว แต่ต้องการความชิลและต่อเนื่องที่จะซึมซับและละเมียดไปกับช่วงเวลาแห่งความสุขนั้น ๆ มากกว่า..